Wengen

สวิสเซอร์แลนด์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกและสวยบาดใจทุกหย่อมหญ้า หากใครที่ได้มีโอกาสไปเยือนซักครั้ง ก็จะเห็นแจ้งในความจริงเรื่องนี้ ไม่มีเมืองใดของสวิสเซอร์แลนด์ที่จะไม่ได้รับเสียงคราง “อือฮือ” ของผู้ที่ได้พบเห็นเป็นครั้งแรก แต่ความจริงข้อหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือ คนส่วนใหญ่นั้นก็มักจะไปเยือนแต่เมืองที่มีชื่อเสียงทั่วๆไปอาทิ Zurich Geneva Monteux Interlaken หรือแม้แต่ Jungfrau ใช่! เมืองที่เอ่ยถึงนั้นมีความงดงามจนยากที่จะตัดใจเดินจากมา แต่ในความเป็นจริงนั้น หากยังมีเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่กลางพงไพรของเขาสูงเสียดฟ้า Wengen นิยามของคำว่า “สวรรค์บนดิน”

ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นนักเดินทางตัวยงที่ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการท่องเที่ยว แต่น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินชื่อเสียงของ Wengen หากท่านไม่ได้เป็นคนรักการผจญภัยอย่างแท้จริง เมืองที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 1,274 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และสามารถเข้าถึงได้โดยทางรถไฟเท่านั้น นักเดินทางส่วนใหญ่ที่เคยมีโอกาสไปเยือนสวิสเซอร์แลนด์ก็จะต้องเคยมีโอกาสผ่าน Wengen มาแล้วอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นเมืองหน้าด่านที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางรถไฟสายสำคัญที่จะนำท่านขึ้นหรือลงมาจากยอดเขา Jungfrau

หากแต่นักเดินทางเหล่านั้นกำลังตื่นเต้นกับการได้ขึ้นไปเยือนยอดเขาที่เป็นหลังคาของยุโรปอย่าง Jungfrau จึงทำให้ Wengen เสมือนไม่มีตัวตน เป็นเพชรเม็ดงามที่ถูกมองข้ามไปโดยคนมากหน้าหลายตา

สถานีรถไฟขนาดกะทัดรัดที่เป็นดั่งห้องรับแขกของเมือง พร้อมกับภาพของชนบทเล็กๆที่ปลูกบ้านเรือนแบบสวิสแท้ๆ ไล่ระดับไปตามความชันของเนินเขา ถนนสายเล็กที่เป็นสายหลักของเมืองเพียงสายเดียว มีจุดเริ่มต้นจากด้านหลังของสถานีรถไฟ พาตัวทอดคดเคี้ยวตัดลัดเลาะไปตลอดความยาวของตัวเมืองจนไปสิ้นสุดที่เชิงเขาลูกใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง โดยมีบรรยากาศของเมืองในยุโรปที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง เมฆบางๆลอยต่ำเรี่ยหลังคาบ้าน ยอดปลายแหลมของภูเขาที่อยู่สูงกว่า ทะลุยอดเมฆปรากฏกายเลือนๆเป็นฉากอันตระการตา หากเพ่งมองไปที่สุดปลายบ้านเรือน ก็จะพบกับโตรกผาสูงชันที่เป็นเครื่องยืนยันว่าเรานั้นไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นดินธรรมดา หากแต่มันเป็นยอดเขาสูงเสียดฟ้า ความปลอดโปร่งและบริสุทธิ์ของอากาศที่รายล้อมอยู่รอบตัว ทำให้เราสามารถสูดหายใจเข้าได้เต็มปอด เมืองเล็กๆที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงแค่ 1,300 คนยามปกติ หากแต่เมื่อฤดูร้อนมาเยือน จำนวนนับก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 และจะยิ่งทวีคูณเมื่อหน้าหนาวเคลื่อนกายเข้ามา ใครจะไปเชื่อว่าเมืองเล็กๆที่ครั้งหนึ่งผู้คนที่อาศัยอยู่หาเลี้ยงชีพโดยการทำเกษตรกรรม จะก้าวขึ้นมาเป็นเพชรเม็ดงามของนักผจญภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่บนยอดเขา แต่มันกลับมีโรงแรมที่แสนสวยงามและคลาสสิคอายุร้อยปีตั้งอวดโฉมรอต้อนรับแขกผู้มาเยือน หากได้มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสห้องอาหารของโรงแรม Regina ซักครั้งหนึ่ง ก็จะอดคิดไม่ได้ว่าอันตัวเรานั้นเป็นเจ้าชายในนิยาย ด้วยบรรยากาศของห้องอาหารที่ถูกบรรจงออกแบบมาดั่งห้องโถงของพระราชวัง โคมระย้าช่อใหญ่สะท้อนแสงระยิบระยับกับพื้นไม้ขัดมัน กระจกใสบานมหึมาที่สูงจากฝ้าเพดานลงมาจรดพื้นทางเดิน เปิดให้เห็นฉากอันงดงามของยอดเขาสูง ที่แต่งแต้มโดยก้อนเมฆบางๆที่อยู่ระดับสายตา หากใครซักคนกำลังค้นหาสวรรค์บนดิน ก็ไม่ต้องหาจากที่อื่นใด เพราะ Wengen เป็นทุกอย่างที่ใกล้เคียงกับคำนิยาม

Wengen อาจจะคึกคักในฤดูท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนหรือหนาว เพราะกิจกรรมอันหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าไปตามไหล่เขาสูงชัน นั่งกระเช้าข้ามไปยังยอดเขาที่อยู่สูงกว่า เล่นสกีลงเนิน แต่ในยามร้างผู้คนของรอยต่อฤดู Wengen จะเป็นเสมือนสาวงามที่เปล่าเปลี่ยว เงียบสงบ จนบางครั้งการเดินเล่นในเมืองจะทำให้เรารู้สึกถึงความอ้างว้างที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

เคยรู้สึกไม๊ว่า ฝนที่ตกพรำๆ อากาศที่เย็นสบาย ความเงียบสงบที่อยู่รอบตัว ถนนที่ปราศจากผู้คน มันก็อดทำให้เราคิดไม่ได้ว่า บนโลกใบเล็กใบนี้ ยังคงมีอยู่จริงอีกหรือกับเมืองที่เราเฝ้าถวิลหามาทั้งชีวิตเยี่ยงนี้ Wengen สวรรค์ที่อยู่บนดิน