ชิงเคว เทเร

ชิงเคว เทเร (Cinque Terre)

ประเทศอิตาลีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มักจะอยู่ในรายการสิ่งที่ต้องทำก่อนวายชนม์ของนักเดินทางทั่วโลก แต่จะเชื่อหรือไม่ว่า คนส่วนใหญ่นั้นมักจะพาตัวเองไปจบลงที่โรม มิลาน ฟรอเรนซ์ หรือไม่ก็เวนิส ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะโดยพื้นฐานของคนทั่วๆไปก็มักจะเลือกไปในสถานที่ๆตนเองนั้นรู้สึกคุ้นเคย หรือชื่อเรียกขานที่มักจะได้รับฟังมาจากสื่อต่างๆ แต่สำหรับนักเดินทางที่พิถีพิถันนั้น ก็มักจะวางแผนการเดินทางให้ลึกซึ้งกว่าคนธรรมดาทั่วไป เพราะเขาเหล่านั้น มิใช่เป็นเพียงแค่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปตามโปรแกรมที่บริษัททัวร์ต่างๆได้จัดเตรียมไว้ให้ แต่ความอิ่มเอมใจมันอยู่ตรงที่ได้พาตัวเองไปในสถานที่ๆมีความพิเศษ และคนน้อยคนนักที่จะดั้นด้นเข้าไปถึงมันได้ รางวัลแห่งความพยายาม คือความภาคภูมิใจและความอิ่มเอมในความงดงามของสถานที่นั่นเอง

Cinque Terre อ่านว่า ชิงเคว เทเร หรือแปลในความหมายตามภาษาอังกฤษก็คือ The Five Land แดนมหัศจรรย์ทั้ง 5 ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นดินแดนแห่งความงดงาม หมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ซ่อนตัวเองอยู่ห่างไกลจากสายตาของคนภายนอก แผ่นดินที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย หากแต่ต้องใช้ความพยายาม ประกอบกับจิตใจที่เด็ดเดี่ยวเพื่อให้ได้มากับสิ่งที่พิเศษที่สุดเป็นรางวัล

หมู่บ้านเล็กๆ 5 หมู่บ้านที่ตั้งเรียงอยู่มิห่างกันนัก อันประกอบไปด้วย Monterosso al Mare (มอนเตรอสโซ อัล มาเร), Vernazza (เวร์นาซซา), Corniglia (คอร์นีเลีย) , Manarola (มานาโรลา) และ Riomaggiore (ริโอมัจจอร์เร) อันด้วยทำเลที่ตั้งของทั้งห้าหมู่บ้าน ทั้งหมดอยู่บนภูเขาสูง โดนมีหน้าผาสูงชัน และทะเลกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า ทำให้มีความสวยงามประดุจดังภาพวาดของจิตกรชื่อดัง แต่อีกนัยหนึ่ง การเข้าถึงหมู่บ้านเหล่านี้ทำได้อย่างยากลำบากยิ่งนัก เพราะถนนสายเล็กที่เต็มไปด้วยความธุระกันดาร การเกิดดินถล่มอันเนื่องมาจากความชื้นของฝนฟ้า ที่มักจะเป็นอุปสรรคต่อนักเดินทางที่ไม่ศึกษาอย่างถ่องแท้ อีกทั้งเส้นทางการเดินทางที่จบลงกลางทางก่อนที่จะถึงตัวเมืองที่ใกล้ที่สุดถึงครึ่งไมล์ จึงเป็นอุปสรรคสำหรับผู้คนจากภายนอกในการที่จะเข้าไปให้ถึงเพชรกลางมงกุฎเม็ดนี้ยิ่งนัก แต่ในแง่ดีก็คือ หมู่บ้านทั้งห้า ยังคงสภาพดั้งเดิมของมันมาได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด ที่มันจะได้รับการคุ้มครองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกสืบต่อไป

หากเป็นนักเดินทางที่เชี่ยวชาญ ก็จะวางแผนการเดินทางของตนโดยอาศัยรถไฟจากเมือง Spezia เพื่อเดินทางไปยังซิงเคว เทเร ได้โดยตรง เพราะมันมีความสะดวกและปลอดภัยกว่าการขับรถฝ่าอันตรายผ่านถนนแคบๆซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าการโดยสารรถไฟเสียด้วยซ้ำ และเมื่อท่านเดินทางไปถึง ณ จุดหมายปลายทางแล้ว รถยนต์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจำเป็นจะต้องใช้อีกต่อไป เพราะกิจกรรมหลักของคนที่นั่น คือการเดินสำรวจหมู่บ้านต่างๆผ่านไปยังเส้นทางเดินป่าสายเล็กๆ ที่ลัดเลาะไปตามภูเขาสูงชัน ความเพลิดเพลินของการเดินป่า ณ ที่แห่งนี้ มิใช่ด้วยความยากที่ท้าทายของเส้นทาง แต่กลับเป็นความงดงามของป่าเขา และท้องทะเล ที่มีการผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว

บ้านเรือนที่ปลูกด้วยอิฐ ทอดตัวไปตามไหล่หน้าผาริมทะเล สีสันจัดจ้านที่บรรจงแต่งแต้มลงบนผนัง ประหนึ่งว่าบ้านเรือนเหล่านั้นมีชีวิตเป็นของตนเอง และต้องการหลอกล่อให้ผู้คนต้องหลงใหลกับความงดงามของมันยามเมื่อได้พบเจอ แต่จะมีใครรู้บ้างหรือไม่ว่า แท้ที่จริงแล้ว ด้วยเหตุผลง่ายๆที่ชาวบ้านท้องถิ่นที่ประกอบอาชีพทำประมงเลี้ยงชีพ ต้องทาสีบ้านตนเองให้โดดเด่นกว่าใคร ก็เพราะยามเมื่อออกทะเลไกล จะได้มองเห็นและจดจำบ้านตนเองได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถสังเกตเห็นแต่ไกลได้อีกด้วยว่า ภรรยาคนสวยของตนนั้นยังอยู่ดีมีสุขหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าขัน ที่เหตุผลของเขาเหล่านั้น ส่งผลให้หมู่บ้านทั้งห้า มีความงดงาม แปลกตา จนส่งให้มันมีชื่อเสียงขจรไกล ไปสู่นักเดินทางที่อยู่ห่างไกล ต้องดั้นด้นมาซักครั้งหนึ่งในชีวิต ซิงเคว เทเร ดินแดนมหัศจรรย์ทั้ง 5 แห่งอิตาลี