ซาลซ์บูร์ก

ซาลซ์บูร์ก (Salzburg)

หากท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่อง Sound of Music ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐีที่มีลูกหลายคน แต่สอนลูกมาแบบผิดๆ ลูกมีนิสัยแข็งกร้าว แต่ต่อมาได้จ้างพี่เลี้ยงที่เป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย นิสัยอ่อนน้อมน่ารักและเธอก็ได้เข้ามาอบรมบ่มนิสัยให้เด็กๆเสียใหม่ จนกลายเป็นคนจิตใจดีรักในเสียงเพลง เชื่อเหลือเกินว่าท่านจะต้องชอบในวิวทิวทัศน์ของสถานที่ๆใช้ถ่ายทำ เพราะเป็นสวนสวย ดอกไม้หลากสี มีฉากหลังเป็นภูเขา แม่น้ำที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเมืองซาลซ์บูร์กนี่เองที่ผู้กำกับใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ตลอดทั้งเรื่องจนทำให้เมืองมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ดังขนาดไหน? ก็ดังขนาดที่มีบริษัททัวร์จัดให้มีการตามรอยภาพยนตร์ Sound of Music กันเลยทีเดียว!!!

เมืองซาลซ์บูร์กนั้นถ้าจะให้แปลตามตัวก็ต้องบอกว่าหมายถึงปราสาทแห่งเหมืองเกลือ อันเนื่องมาจาก ณ ที่แห่งนี้อุดมไปด้วยเหมืองเกลือซึ่งเมื่อสมัยยุคกลางนั้น เกลือมีค่ามากเสียกว่าทองคำด้วยซ้ำไป จึงทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นี่มีความกินดีอยู่ดี เข้าขั้นคนมั่งมีของประเทศกันเลย อาร์ชบิชอปผู้ครองนครจึงมีอำนาจบารมีเป็นอย่างมาก ใครๆก็ต้องพากันมาคารวะเพราะต้องการสมบัติที่ท่านครอบครองอยู่อย่างเกลือนี่เอง

ป้อมโฮเฮนซาลซ์บูร์ก (Festung Hohensalzburg) เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอำนาจทางโลกของอาร์ชบิชอปเกบฮาร์ด ( Erzbischof Gebhard) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1077 เพื่อเป็นที่พำนักหลวงและป้องกันข้าศึก แต่มาสร้างเสร็จในปีค.ศ. 1681 ปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นป้อมปราการซึ่งหลงเหลือความสมบูรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมีตำหนักใหญ่ คุกใต้ดิน ห้องทรมานนักโทษ สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือเตาผิงที่ปูด้วยกระเบื้องที่มีความทนทานมาตั้งแต่ปี 1501 ที่ตั้งอยู่ในห้องทอง ( Golden room ) และในห้องยังมีภาพเขียนจากคัมภีร์ไบเบิลอีกด้วย ตั้งแต่แรกเมื่อไปถึงซาลซ์บูร์กนั้น เราไม่มีทางพลาดความยิ่งใหญ่และสง่างามของป้อมปราการนี้อย่างเด็ดขาด เพราะมันเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมองเห็นได้แต่ไกล

หากเราขึ้นไปยืนอยู่บนปราสาทแล้วมองลงมายังเมือง ก็จะพบว่าซาลซ์บูร์กนั้นเป็นเมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง แม่น้ำซาลส์ซักค์ที่แบ่งซาลซ์บูร์กออกเป็นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายหลักที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชุมชนให้อุดมสมบูรณ์ น้ำในแม่น้ำจะเป็นสีเขียวมรกตอันเนื่องมาจากแร่ธาตุที่มีอยู่มากมาย ที่ก้นแม่น้ำจะเป็นหินก้อนเล็กๆ ดังนั้นน้ำจะใสแจ๋วจนเราอยากจะลงไปเดินแช่เล่นให้เย็นใจ ระดับน้ำก็ไม่ได้ลึกอะไร บางช่วงลึกแค่หัวเข่า แต่จะไหลแรงเพราะไหลมาจากภูเขาสูง แค่ได้นั่งฟังเสียงน้ำไหลอย่างเดียวก็สุขใจเกินพอ การได้เดินเที่ยวเล่นในซาลซ์บูร์กนั้นสามารถทำได้ง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกๆสถานที่จะอยู่ในระยะที่เราเดินถึงแบบสบายๆ อากาศของที่นี่ก็เย็นสบายตลอดทั้งปี ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูร้อนก็ตามที

ซาลซ์บูร์กนั้นไม่ใช่แค่จะมีชื่อเสียงเฉพาะเรื่องเหมืองเกลือเพียงเท่านั้น แต่หากยังเป็นสถานที่เกิดของนักดนตรีและกวีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกเลยทีเดียว เขาผู้นั้นก็คือ วูฟกังก์ อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) ที่เรานั้นรู้จักและคุ้นหูเพลงของเขากันมาตั้งแต่ยังเด็กๆ รูปปั้นของโมสาร์ท ยังตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่จัตุรัสโมสาร์ทให้เราไปร่วมชื่นชมในความเป็นอัจฉริยะภาพของเขา

ถนนสายหลักของเมือง ถนนเกไทรเดร้( Getreidegasse) เป็นถนนสายเล็กที่มีความงดงามมาก เพราะบ้านเรือนสองฝั่งถนนจะเป็นอาคารโบราณสไตล์เรเนซองส์ตอนปลายและบารอคตอนต้น จึงทำให้สถาปัตยกรรมที่เราเห็นนั้นมีความอลังการด้วยรายละเอียดมากมาย แต่ที่น่ารักเป็นที่สุดก็คือ ป้ายของร้านค้าที่ถนนสายนี้จะได้รับการบรรจงสร้างจากเหล็กดัดเป็นรูปทรงที่ไม่ซ้ำแบบกันเลย ร้านใครร้านมันออกแบบให้เข้ากับร้านของตัวเอง ถนนสายนี้คือสวรรค์ของนักช้อป เพราะเป็นที่ตั้งของร้านแบรนด์เนมจากทุกมุมโลกที่ท่านต้องการ ที่ปลายถนนด้านหนึ่งก่อนที่จะไปถึงแม่น้ำ จะมีร้านไอศกรีมและเบเกอร์รี่ตั้งอยู่ตรงหัวโค้ง ซึ่งที่นี่จะมีเค้กและไอศกรีมรสเลิศไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้าจากการชมเมือง

หากใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะสถาปัตยกรรมแบบบารอค มหาวิหารแห่งเมืองซาลซ์บูร์ก ( Salzburg Cathedral ) นับว่าเป็นสถานที่ๆต้องเข้าไปเยี่ยมชมให้ได้ และหากอยากจะตามรอยภาพยนตร์ Sound of Music ก็ต้องเดินไปที่ สวนมิราเบล ( Mirabell Garden)

เป็นสวนสไตล์บารอคเช่นเดียวกัน ความงดงามนั้นยากจะบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะคงไม่สามารถสรรหาคำใดมาเปรียบเปรยให้เห็นภาพได้เท่ากับการต้องมาเห็นด้วยตาตนเองซักครั้งหนึ่ง นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและธรรมชาติแล้ว ซาลซ์บูร์กยังมีช้อปปิ้งเอาท์เล็ทขนาดใหญ่มาก แม็กอาเธอร์ เกล็น ที่จะทำให้คุณผู้หญิงสามารถใช้เวลาเป็นวันๆที่จะเพลิดเพลินกับสินค้าราคาโรงงานและยังสามารถขอภาษีคืนได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า ซาลส์บวร์กนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลกันเข้ามาเยี่ยมเยียน อันเนื่องมาจากความน่ารัก และสิ่งละอันพันละน้อยที่ประกอบกันขึ้นมา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเสน่ห์ที่น่าติดตามและค้นหา สำหรับนักเดินทางที่ยังไม่มีโอกาสได้ผ่านพบกับซาลซ์บูร์ก ก็ยังไม่ถือว่าชีวิตแห่งการค้นหาของเรานั้นเติมเต็มครบถ้วนกระบวนความแล้วได้…